apps
เมนู
volume_up
ข่าววันนี้

มากับดวง !! ยูเวนตุสจุดโทษเชือดเบนฟิก้าศึก ICC

“เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า ของกุนซือ รุย วิตอเรีย ผลงานยังคงไว้ใจได้ แม้เป็นฝ่ายดวลจุดโทษ พ่าย “ไอ้ม้าลาย” ยูเวนตุส ของ นายใหญ่ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี 2-4 หลังเสมอกันในเวลา 1-1 ในศึกฟุตบอล ไอซีซี แชมเปี้ยนส์ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา

           ฟุตบอลอินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561
เบนฟิก้า  1 – ยูเวนตุส 1
(ยูเวนตุสชนะจุดโทษ 4-2)

สนาม : เร้ด บูลล์ อารีน่า (สนามกลาง), นิว เจอร์ซี่, ประเทศสหรัฐอเมริกา

รุย วิตอเรีย เทรนเนอร์ เบนฟิก้า พาทีมอุ่นเครื่องมาแล้ว 4 นัดด้วยกัน ล่าสุดคือการเสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-2 ก่อนชนะจุดโทษ 4-3 ในศึกอินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา   สภาพทีม เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย กลับมาช่วยทีมได้ก่อนหน้านี้แล้ว

ด้าน มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือ ยูเวนตุส ประเดิมทัวร์นาเมนต์ ไอซีซี คัพ ได้อย่างสวยงามด้วยการทุบชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จากสองประตูของ อันเดรีย ฟาวิลลี่ หัวหอกดาวรุ่ง ส่วนทีมชุดที่ไปทัวร์แดนมะกันนี้ยังไม่มีพวกที่ไปเล่นทีมชาติในศึกฟุตบอลโลก 2018 อย่าง แบลส มาตุยดี้, โรดริโก้ เบนตันกูร์, ฮวน กวาดราโด้, ดั๊กลาส คอสต้า, มาร์โก เปียซ่า, มาริโอ มานด์ซูคิช, เปาโล ดีบาล่า และ กอนซาโล่ อิกวาอิน รวมถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยังได้พักเพิ่ม

เริ่มเกม 8 นาทีแรกเป็นฝั่ง เบนฟิก้า ที่บุกกดดันเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง โดยมีลุ้นจากจังหวะโยนยาวจากกลางสนาม และเป็น เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ หลุดไปยิงจ่อๆแต่ไม่ผ่านมือ เชสนี่ นายด่าน”ม้าลาย”ที่เซฟได้นิ่มๆ

และจากจังหวะนี้เอง เป็น ยูเวนตุส ที่สวนกลับมาทางฝั่งขวา ก่อน ชูเอา กานเซโล่ เปิดเข้ากลางและเป็น มาร์คิซิโอ ได้จังหวะซัดโล่งๆ บอลข้ามคานออกไป

นาที 17 เบนฟิก้า ได้ลุ้นอีกครั้งหลังได้ ฟรีคิกนอกกรอบ ทางฝั่งขวา โดยเลือกโยนยัดเข้ากรอบเขตโทษ  และเป็น เกร์มัน คอนติ ขึ้นมาหวดลูกนี้ แต่บอลเบาเข้ามือ เชสนี่ แบบไม่มีหลุด

ต่อมา 5 นาที ยังคงเป็น “เหยี่ยวลิสบอน” ที่รูปเกมดีกว่า ตัดบอลจากแดนกลางให้ เกดสัน เฟร์นานเดซ หลุดเดี่ยวลากเข้าไปยิง แต่บอลหลุดเสาไกลอย่างน่าเสียดาย

ผ่านมาจนถึงนาทีที่ 30 มีการพัก “คูลลิ่งเบรค” โดยรูปเกมยังเป็นฝั่ง ยอดทีม จากแดนฝอยทอง ที่ทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงรอประตูขึ้นนำเท่านั้น

นาทีที่ 40 เบนฟิก้า ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็น ฟากุนโด้ เฟร์เรย์ร่า แนวรุกที่ลงไปช่วยเกมรับ ในจังหวะเตะมุม ก่อนได้รับบาดเจ็บหนักต้องหามออกจากสนาม โดย รุย วิตอเรีย เลือกส่ง นิโกลัส กาสตีโย่ ลงล่าตาข่ายแทน หลังจากนั้นแม้จะทดเวลาออกไปถึง 5 นาที แต่ทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งเวลาแรก เบนฟิก้า เสมอ ยูเวนตุส 0-0

เริ่มครึ่งหลังมีการเปลี่ยนผู้เล่นทั้งสองฝั่ง และในนาทีที่ 48 เป็น ยูเวนตุส ได้โอกาสลุ้นก่อนจาก ชูเอา กานเซโล่ ลากมาทางฝั่งขวาก่อนตัดเข้ากลางแล้วปั่นโค้ง บอลลอยออกหลังแบบน่าเสียดาย

ผ่านมาถึงนาทีที่ 60 เป็น “ไอ้ม้าลาย” ที่แก้เกมมาดีกว่าครองเกมบุกอย่างต่อเนื่อง ได้โอกาสซัดหลายครั้งแต่ยังไม่ผ่านมือ ดิสซีส วลาโชดิมอส นายทวารชาว เยอรมัน ของ เบนฟิก้า

แต่แล้วนาทีที่ 66 ประตูแรกมาจนได้ และเป็น “เหยี่ยวลิสบอน” ที่ได้ อเล็กซ์ กิลมัลโด แบ็กซ้ายชาวสเปน ปั่นฟรีคิกหน้าเขตโทษด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด บอลฮุคเข้าสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม เบนฟิก้า ขึ้นนำ ยูเวนตุส 1-0

นาทีที่ 76 ทีมแชมป์เซเรีย อา ได้โอกาสลุ้นบ้างจากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้าย โดย ลูก้า เคลเมนซ่า  โยนเข้ามาและเป็น เมห์ดี้ เบนาเตีย ขึ้นโขกเต็มหัว บอลชนคาน พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย และมีการ “คูลลิ่งเบรค” อีกรอบ ในครึ่งเวลาหลัง

ก่อนหมดเวลา 6 นาที ลูก้า เคลเมนซ่า ดาวรุ่งซูเปอร์ซับ ซัดประตูตีเสมอให้ “ไอ้ม้าลาย” จนได้จากจัวหวะ ลากบอลโซโล่เดี่ยวทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดเข้ากลาง แล้วปั่นบอลโค้งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงามไม่แพ้กัน ยูเวนตุส 1 – เบนฟิก้า 1

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมพยายาม เปิดเกมแลกเพื่อประตูชัยแต่ไม่สามารถเจาะเพิ่มได้ครบ 90 ผู้ตัดสินเป่าจบเกม เบนฟิก้า  เสมอ ยูเวนตุส  1-1 ต้องไปตัดสินที่การดวลจุดโทษ ก่อนที่จะเป็น “ไอ้ม้าลาย” ที่ยิงได้แม่นยำกว่าเอาชนะไปได้ 4-2

คนยิงจุดโทษ 

เคลย์ตัน พาร์ค เข้า
นิโคโล่ ฟาโจลี่ เข้า

โจนาส ไม่เข้า
เอ็มเร ชาน เข้า 

อันเดรส ซามาริส เข้า
สเตฟาโน่ เบลทราเม่ เข้า

เจาร์ เฟดริค ไม่เข้า
อเล็กซ์ ซานโดร  เข้า

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม 

   เบนฟิก้า (4-3-3) : ดิสซีส วลาโชดิมอส – อันเดร อัลเมยด้า, เกร์มัน คอนติ, ชาร์เดล, อเล็กซ์ กิลมัลโด – เกดสัน เฟร์นานเดซ, ลูโบมีร์ เฟจซ่า, ปิซซี่ – เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ, ฟรังโก้ เชร์วี่, ฟากุนโด้ เฟร์เรย์ร่า

เทรนเนอร์ :  รุย วิตอเรีย

      ยูเวนตุส (4-3-3)วอยเชียค เชสนี่ – ชูเอา กานเซโล่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, มัตเตีย คัลดาร่า, ปีโตร เบรูอัตโต้ – เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, มิราเล็ม ปานิช, ซามี เคดิร่า – มาเตอุส เปเรยร่า, เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, อันเดรีย ฟาวิลลี่

เทรนเนอร์ : มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี